← กลับไปหน้าลงทะเบียน

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ในโครงการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา และเสวนา — สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ต่อไปเรียกว่า “ประกาศ” จัดทำขึ้นเพื่อให้ท่านผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา และเสวนา รวมถึงวิทยากรหรือผู้บรรยาย หรือผู้ร่วมดำเนินงานอื่น ๆ ในโครงการดังกล่าว ต่อไปเรียกว่า “ท่าน” ได้ทราบและเข้าใจรูปแบบการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในโครงการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา และเสวนา ต่อไปเรียกว่า “กิจกรรมการประมวลผล” ที่สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ต่อไปเรียกว่า “สถาบัน” เป็นผู้ดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้เก็บรวบรวมจากท่านเพื่อการดำเนินการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานอื่นของรัฐประเภทองค์การมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลการดำเนินกิจการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาอบรมและค้นคว้าวิจัย เพื่อส่งเสริมการค้าและการพัฒนา และดำเนินกิจกรรมอื่นที่สอดคล้องกับความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและองค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา และเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว สถาบันมีอำนาจหน้าที่จัดการศึกษาอบรมและให้การสนับสนุนเพื่อการค้นคว้าวิจัยแก่บุคลากรของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ด้านการค้าระหว่างประเทศ การเงิน การคลัง การลงทุน การพัฒนา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์และแนวทางการยกเลิกข้อจำกัดทางการค้าต่าง ๆ รวมถึงเป็นศูนย์กลางจัดการฝึกอบรม และกิจกรรมเสริมศักยภาพต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สถาบันดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

๑. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันพิจารณากำหนดฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความเหมาะสมและตามบริบทของการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่สถาบันใช้ประกอบด้วย

ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาเพื่อให้สถาบันดำเนินการให้ท่านสามารถเข้าทำสัญญา หรือดำเนินการอันจำเป็นต่อการเข้าปฏิบัติตามสัญญาภายใต้กิจกรรมการประมวลผล ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับสถาบัน
เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสถาบัน หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่สถาบันเพื่อให้สถาบันสามารถใช้อำนาจรัฐและดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ซึ่งกำหนดไว้ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๔ ดังนี้ — มาตรา ๖ ให้สถาบันมีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาอบรมและค้นคว้าวิจัย เพื่อส่งเสริมการค้าและการพัฒนา และดำเนินกิจกรรมอื่นที่สอดคล้องกับความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและองค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง ให้สถาบันมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ (๑) จัดการศึกษาอบรมและให้การสนับสนุนเพื่อการค้นคว้าวิจัยแก่บุคลากรของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ด้านการค้าระหว่างประเทศ การเงิน การคลัง การลงทุน การพัฒนา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์และแนวทางการยกเลิกข้อจำกัดทางการค้าต่าง ๆ (๔) เป็นศูนย์กลางจัดการฝึกอบรม และกิจกรรมการเสริมศักยภาพต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และองค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสถาบันและของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อกิจการภายในของสถาบัน เป็นต้น
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กรณีการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด)
ความยินยอมเพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่สถาบันจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โดยได้มีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการขอความยินยอมแล้ว เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่เป็นไปตามข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ในกรณีที่สถาบันมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมการประมวลผล อาจทำให้สถาบันไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับตัวท่านหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้อย่างครบถ้วน

๒. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เพื่อให้การจัดกิจกรรมการประมวลผลภายใต้วัตถุประสงค์หรือภารกิจของสถาบันอันเป็นการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) มาตรา ๖ บรรลุผล สถาบันมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๓. ข้อมูลส่วนบุคคลที่สถาบันเก็บรวบรวมและใช้

เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งในข้อ ๒ สถาบันเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังรายการต่อไปนี้

๓.๑ แหล่งข้อมูลและรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม มีดังนี้ โดยทุกรายการด้านล่างเป็นการเก็บจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

แหล่ง/วิธีการเก็บรวบรวมรายการข้อมูลส่วนบุคคล
๑. จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางเว็บไซต์ www.itd.or.thชื่อ – นามสกุล / เบอร์โทรศัพท์ / อีเมล / ตำแหน่งงาน / สังกัด / ที่อยู่
๒. จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางใบสมัคร/แบบตอบรับชื่อ – นามสกุล / เบอร์โทรศัพท์ / อีเมล / ตำแหน่งงานและสังกัด / ที่อยู่
๓. จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการลงทะเบียนผ่านช่องทางระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มชื่อ – นามสกุล / เบอร์โทรศัพท์ / อีเมล / ตำแหน่งงาน / สังกัด / ที่อยู่
๔. จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลภายในกิจกรรมการประมวลผลภาพนิ่ง / ภาพเคลื่อนไหวหรือวิดีโอ / เทปบันทึกเสียง / CCTV
๕. จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบประเมิน/แบบทดสอบความรู้ก่อน – หลังกิจกรรมชื่อ – นามสกุล / เบอร์โทรศัพท์ / อีเมล / ตำแหน่งงาน / สังกัด
๖. การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากแบบแจ้งข้อมูลการรับเงินโอนผ่านระบบ KTB Corporate Online / Krungthai Businessชื่อ-นามสกุล / ตำแหน่ง / เลขบัตรประจำตัวประชาชน / เบอร์โทรศัพท์ / อีเมล / ที่อยู่ / เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงเอกสารประกอบ ดังนี้ สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

๓.๒ จุดประสงค์การใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล

จุดประสงค์ในการใช้ข้อมูลรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้
๑. เพื่อดำเนินการตามกิจกรรมการประมวลผล ดังต่อไปนี้ (๑) ยืนยันหรือระบุตัวบุคคล (๒) ติดต่อประสานงานกับท่าน เพื่อให้การช่วยเหลือ ตอบข้อซักถาม หรือติดต่อกลับไปยังท่านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงาน (๓) แจ้งและประชาสัมพันธ์กิจกรรมและข้อมูลข่าวสารของสถาบันกิจกรรมการประมวลผล รวมถึงโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ตามวัตถุประสงค์หรือภารกิจของสถาบัน (๔) บริหารจัดการกิจกรรมการประมวลผลและดำเนินการในกระบวนการที่เกี่ยวข้องจนเสร็จสิ้น ซึ่งรวมไปถึงการรับลงทะเบียน การศึกษาดูงานของผู้เข้าร่วมโครงการและวิทยากร/ผู้บรรยาย การออกใบรับรองผ่านการอบรมและการจัดส่งใบรับรองดังกล่าว การจัดส่งของที่ระลึกของกิจกรรมการประมวลผล ตลอดจนการอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อความสำเร็จและลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมการประมวลผล (๕) ดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินและจัดส่งใบเสร็จรับเงิน (๖) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจกรรมการประมวลผลผ่านสื่อต่าง ๆ (๗) วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลของผู้เข้าร่วมโครงการและวิทยากร/ผู้บรรยาย (๘) วิเคราะห์และจัดทำข้อมูลเชิงสถิติ โดยข้อมูลบางส่วน เช่น ข้อมูลหน่วยงาน เป็นต้น อาจถูกประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลในภาพรวมโดยวิธีการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (๙) สรุปผลกิจกรรมการประมวลผล (๑๐) รายงานข้อมูลกิจกรรมการประมวลผลต่อผู้บังคับบัญชา รวมถึงบุคคลหรือคณะบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการประมวลผล และสถาบันมีความจำเป็นต้องรายงานข้อมูลเช่นว่านั้นให้ทราบชื่อ-นามสกุล / ที่อยู่ / เบอร์โทรศัพท์ / ตำแหน่ง / สังกัด / อีเมล / ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว (วิดีโอ) / เทปบันทึกเสียง / CCTV / เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร / เลขบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ศาสนา หมู่โลหิต เป็นต้น อยู่ด้วยนั้น โดยทั่วไปแล้วสถาบันไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนเช่นว่านั้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดโดยเฉพาะ หากท่านได้มอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นในลักษณะเดียวกันให้แก่สถาบัน ขอให้ท่านปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หากท่านมิได้ปกปิดถือว่าท่านอนุญาตให้สถาบันดำเนินการปกปิดข้อมูลเหล่านั้น และถือว่าเอกสารที่มีการปกปิดข้อมูลดังกล่าวมีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ตามกฎหมายทุกประการ ทั้งนี้ หากสถาบันไม่สามารถปกปิดข้อมูลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการ สถาบันจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

๔. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ

กรณีที่สถาบันทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม เป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ สถาบันจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

กรณีสถาบันไม่ทราบมาก่อนว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และพบในภายหลังว่าสถาบันได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยยังมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ตามแต่กรณี หากสถาบันไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกเหนือจากความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว สถาบันจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยเร็ว

๕. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ในข้อ ๒ สถาบันอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ประเภทของบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้เป็นเพียงกรอบการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสถาบันเป็นการทั่วไป เฉพาะบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของสถาบันเท่านั้นที่จะมีผลบังคับใช้

ประเภทบุคคล/นิติบุคคลผู้รับข้อมูลรายละเอียด
หน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจที่สถาบันต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามกฎหมายหรือวัตถุประสงค์สำคัญอื่น (เช่น การดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ การจัดเก็บข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เป็นต้น)สถาบันอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายหรือผู้มีอำนาจควบคุมกำกับดูแลหรือมีวัตถุประสงค์อื่นที่สำคัญ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นต้น
ผู้ให้บริการสถาบันอาจมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ให้บริการแทนหรือสนับสนุนการดำเนินการของสถาบัน เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล (เช่น คลาวด์ โกดังเอกสาร) ผู้พัฒนาระบบ ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสาร ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการด้านการบริหารความเสี่ยง ที่ปรึกษาภายนอก ผู้ให้บริการขนส่ง เป็นต้น
หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกรณีหน่วยงานต้นสังกัดร้องขอเป็นหนังสือมายังสถาบันขอให้จัดส่งรายงานข้อมูลของผู้เข้าร่วมกิจกรรมการประมวลผลซึ่งเป็นบุคลากรในสังกัดของหน่วยงาน
ผู้รับข้อมูลประเภทอื่นสถาบันอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลผู้รับข้อมูลประเภทอื่น เช่น ผู้ติดต่อสถาบัน มูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร สถานศึกษา หรือหน่วยงานอื่น เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานของสถาบันบรรลุตามวัตถุประสงค์

๖. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ของท่าน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

๗. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นระยะเวลาอีก ๑๐ ปีนับแต่สิ้นสุดกิจกรรมการประมวลผลหรือเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาหรือข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว สถาบันจะทำการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายจะได้ประกาศกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิ หรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด

๘. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของสถาบัน

นอกจากนี้ สถาบันได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม

๙. การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก็ต่อเมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สืบสิทธิ ทายาท ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยส่งคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) [email protected]

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาท ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย มีการคัดค้านการจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใด ๆ เช่น การแจ้งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันจะดำเนินการบันทึกหลักฐานคำคัดค้านดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย

ทั้งนี้ สถาบันอาจปฏิเสธสิทธิตามวรรคสองได้ตามกรณีที่มีกฎหมายกำหนด หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อหรือสิ่งบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวท่านได้

๑๐. การให้บริการโดยบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการช่วง

สถาบันอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของสถาบัน ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น เป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น สถาบันจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของสถาบันในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่สถาบันมอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงการกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่สถาบันมอบหมายให้ประมวลผล วัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและตามคำสั่งของสถาบันเท่านั้น โดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นสถาบันจะกำกับให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วงในรูปแบบและมาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างสถาบันกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

๑๑. การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะมีการใช้และเปิดเผยเป็นการภายในสถาบันและเฉพาะเจ้าหน้าที่หรือส่วนงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้ อันรวมถึงใช้และเปิดเผยต่อคณะกรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา อนุกรรมการ (กรณีผู้ที่จะมาปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ) และผู้ตรวจสอบภายนอก (External Auditor) ที่ทำหน้าที่ตรวจประเมินตามระบบมาตรฐานการดำเนินกิจการนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยสถาบันจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

๑๒. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

สถาบันอาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงคำประกาศนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของสถาบัน www.itd.or.th โดยมีวันที่มีผลใช้บังคับของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่ ทั้งนี้ ท่านต้องตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนวันที่ท่านจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่สถาบัน

การให้ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ และหากคำประกาศนี้มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง และสถาบันได้ประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว หากท่านยังคงใช้งานต่อไปภายหลังจากนี้ จะถือว่าท่านได้รับทราบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวครบถ้วนแล้ว

๑๓. การติดต่อสอบถาม

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้ได้ที่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

สถานที่ติดต่อ: สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ชั้น ๘ อาคารวิทยพัฒนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาซอย ๑๒ ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๓๐

ช่องทางการติดต่อ: โทร. ๐๒ ๒๑๖ ๑๘๙๔-๗